วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8



  แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8 

 เรื่อง สภาพปัญหาและแนวโน้มการจัดการศึกษาปฐมวัย 

 


1. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ
1. การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน
2.การศึกษานอกระบบ  เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการก าหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล
3.การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนด้วยตนเองตาม
ความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อ หรือแหล่งความรู้อื่น

2. จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  อัตราการตายของเด็กทารกเเรกเกิดปัญหากาดถูกทอดทิ้งเเละทารุณกรรม

3. จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
ตอบ การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนต้องเข้ารับการศึกษาในระบบ แต่รัฐจำเป็นต้องควบคุมและติดตามประเมินผลได้ว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญาอย่างเหมาะสม

4. จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ 1. การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง
2. พัฒนาสุขภาพและสมองของเด็ก การจะเพิ่มประสิทธิภาพทางการศึกษาจำเป็นต้องมีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่เด็กอยู่ในครรภ์ โดยการให้ความรู้แก่ผู้ใหญ่โดยเฉพาะคู่สมรสและคนหนุ่มสาวในเรื่องการวางแผนครอบครัว
3. ให้ความสำคัญกับคุณภาพของครูและพี่เลี้ยงเด็กที่มีความรู้ความเข้าใจและความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อฝึกฝนให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ
4. ส่งเสริมให้มีการทำวิจัยในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน และวิธีการสอนที่เหมาะสมสำหรับเด็ก
5. ส่งเสริมให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในรูปของการจัดตั้งคณะกรรมการโรงเรียนที่มีผู้ปกครองและสมาชิกชุมชนร่วมเป็นกรรมการด้วย
6. รัฐควรมีมาตรการในการให้ความช่วยเหลือแก่แม่ที่มีปัญหาพิเศษบางกลุ่ม
7. รัฐควรมีมาตรการคุ้มครองเด็กที่มีปัญหา อาทิ เด็กถูกทารุณกรรม โดยจัดหา องค์กรกลุ่มบุคคล หรือครอบครัวที่มีความพร้อมในการให้ความอนุเคราะห์
8. ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้มีโอกาสเรียนรู้จากระบบสื่อสารให้มากขึ้น
9.พ่อแม่ควรจะได้เรียนรู้วิธีการใช้เวลาอยู่กับลูกอย่างมีคุณภาพรวมถึงการให้การศึกษาแก่ผู้สูงอายุในการเลี้ยงดูเด็ก

5. จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ การเปลี่ยนแปลง.รูปแบบ บทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย

6. จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ รัฐมีนโยบายที่เป็นนโยบายทั่วๆไปเกี่ยวกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแก่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากร นโยบายเกี่ยวกับพ่อแม่ ครอบครัว ผู้ปกครอฝ เน้นให้ความรู้ในการอบรมเลี้ยงดู นโยบายความเสมอภาคทางการศึกษา

7. จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่
ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้
คำแนะนำ และความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 0 – 6 ปีอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ

8. จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมีส่วนช่วยเหลือและร่วมมือกันในการศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้ง ร่วมมือกันในการให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย จึงควรมีการผลักดันให้องค์กรของรัฐที่มีอยู่ในชุมชน
ได้แก่ โรงเรียนอนุบาล สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานีอนามัย โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด พัฒนาชุมชน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน และองค์กรเอกชนอื่น ๆ เช่น ชมรมแม่บ้าน ชมรมครูและผู้ปกครองของโรงเรียนและกลุ่มอาสาสมัครต่างๆ 

9. จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ  มีส่วนช่วยเหลือร่วมมือการให้บริการการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองให้มีความรู้เกี่ยวกับเด็กปฐมวัย และการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย

 10. แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ  ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยเนื่องจากเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต ไม่ควรที่จะละเลยความสำคัญของเด็กปฐมวัย



แบบฝึดหัดท้ายบทที่ 7


แบบฝึดหัดท้ายบทที่ 7

เรื่อง นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยของต่างประเทศ


1. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี
ตอบ  การจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เน้นการฝึกฝนด้านประสาทสัมผัส เปิดโอกาสให้เด็กค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง จากสภาพแวดล้อมที่ครูจัดไว้ในห้องเรียน ซึ่งสิ่งที่เด็กเข้าไปเรียนรู้ เรียกว่างาน ทำให้เด็กได้ใช้และพัฒนาประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ปาก และสัมผัส

2. จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่
ตอบ มอนเตสซอรี่มีความเชื่อว่าการเรียนรู้และซึมซับด้วยตนเองในเสรีภาพที่มีขอบเขตจาก
สิ่งแวดล้อมที่เตรียมไว้จะทำให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งหลักสูตรของมอนเตสซอรี่แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ได้แก่ การศึกษาทางด้านทักษะกลไก การศึกษาทางด้านสัมผัสและการเตรียมสำหรับการเขียนและคณิตศาสตร์โดยมีการประเมินผลซึ่งการสอนตามแนวคิดของมอนเตสซอรี จะมีการประเมินผลการ
เรียนของเด็ก

3. จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
ตอบ เป็นนวัตกรรมที่มีความเชื่อว่าการสอนภาษาให้กับเด็กจะต้องเป็นภาษาที่สื่อความหมาย โดยให้เด็กเรียนรู้จากการเล่น เป็นการสอนภาษาแบบบูรณาการ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อม ๆ กับสิ่งแวดล้อม  หรือ สภาพการณ์ จริงจะช่วยให้ภาษานั้นง่ายต่อการเรียนรู้



4. จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ตอบ  1.การสอนเน้นประสบการณ์ เป็นปรัชญาการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ภาษา
2.การสอนเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ภาษาที่ดีจะต้องเลือกเนื้อกาที่เหมาะสม
3.การสอนจะเน้นเนื้อหาที่มีความหมาย
4.การสอนจะยอมรับทุกสำเนียงภาษา
5.การสอน อ่าน เขียน ฟัง พูด ต้องได้รับการสอนที่ควบคู่ไปตลอดเวลา

5. จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ การเรียนและเกิดรูปแบบว่าการเรียนการสอนไม่ใช่การถ่ายโอนข้อมูลความรู้จากผู้สอนไปสู่เด็กแต้สิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กอยากรู้อยากเห็น และค้นคว้าหาคำตอบเองตามความสนใจ ให้เด็กเกิดทัศนะคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้เเละสนใจใฝ่รู้บรรยากาศ

6. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ การเรียนการสอนต้องควบคู่ไปด้วยกัน การเรียนรู้มากกว่าการสอน การจัดสิ่งเเวดล้อมเเละให้โอกาสเด็กมากกว่าการบอกเล่า ครูจะเป็นผู้ประสาน ส่งเสริมการจัดสิ่งเเวดล้อม

7. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป
ตอบ เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้โอกาสเด็กในการเลือกทำสิ่งต่าง ๆ ตามความสนใจของตนเอง หลักสูตรการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคปริเริ่มและพัฒนาโดยนักการศึกษาชื่อ ไวคาร์ดได้จัดโครงการเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส

8. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ
ตอบ 1.การวางเเผน เป็นการสนทนาระหว่างเด็กกับครูเกี่ยวกับสิ่งที่เด็กสนใจจะเรียนรู้
2.การปฏิบัติ เป็นการทำกิจกรรมตามที่เด็กวางเเผน โดยมีครูเป็นผู้ให้คำเเนะนำ
3.การทบทวน เป็นกิจกรรมการสนทนา อภิปรายถึงผลงานที่เด็กทำ

9. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
ตอบ  1.ความสม่ำเสมอ การจัดการเรียนการสอนต้องมีแบบแผนที่แน่นอน จะทำให้เด็ก
เกิดความมั่นคงภายใน
2. การทำซ้ำ การทำซ้ำทำให้เด็กได้มีโอกาสซึมซับ ทำความเข้าใจต่อสิ่งต่าง ๆ อย่าง
ถ่องแท้ และเกิดความชำนาญ
3. ความเคารพและเห็นคุณค่า บรรยากาศในห้องเรียนและการปฏิบัติตัวของครู จะ
ทำให้เด็กเป็นผู้มีความส านึกรู้คุณค่าต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว
การจัดการเรียนการสอนเป็นไปตามวิถีธรรมชาติ โดยครูจะพิจารณาจัดกิจกรรมให้
สอดคล้องกับจังหวะ กาลเวลา และความสนใจของเด็ก การจัดการเรียนการสอนเด็กปฐมวัยตามแนวคิด


10. จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อม
ให้เหตุผลประกอบ
ตอบ การสอนเเบบมอนเตสซอรี่ เป็นการสอนเเบบธรรมชาติการเรียนการสอนที่เน้นการฝึกฝนด้านประสาทสัมผัส เปิดโอกาสให้เด็กค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง จากสภาพแวดล้อมที่ครูจัดไว้ในห้องเรียน

แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6



แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6

เรื่อง นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยของไทย




1. จงอธิบายถึงความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การทำขึ้นมาใหม่ หรือ สิ่งขึ้นมาใหม่ซึ่งได้เเก่  แนวคิด แนวทาง ระบบ รูปแบบ วิธีการ กระบวนการ สื่อ และเทคนิคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา  เพื่อช่วยเเก้ไขปัญหาต่างๆทางการศึกษา

2. จงอธิบายถึงความสำคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยที่มีต่อเด็กปฐมวัย
ตอบ โดยมุ่งจัดจัดประสบการณ์ตามความถนัด ความสนใจ และความสามารถของแต่ละคนเป็นเกณฑ์ เพื่อให้เด็กมีคสามพร้อมในการเรียน เเนวทางใหม่ ทดลองวิธีใหม่ เผยเเพร่เเนวทาง

3. จงอธิบายถึงทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ ประเทศไทยเรายังไม่มีทฤษฎีหรือหลักการในการพัฒนาเด็กที่พัฒนาขึ้นจากฐานข้อมูลที่มาจากเด็กไทย และบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทย ดังนั้นคณะกรรมการวิจัยจึงได้พยายามศึกษาและผสมผสานความรู้ตามหลักสากลกับภูมิปัญญา วิถีชีวิตและระบบคุณค่าของสังคมไทยเข้าด้วยกันเพื่อช่วยให้ได้หลักการ และรูปแบบในการพัฒนาเด็กไทยให้มีคุณภาพ

4. จงวิเคราะห์ถึงกระบวนการพัฒนาของหลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ ขั้นการสร้างหลักการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย คณะกรรมการวิจัยรวบรวมข้อมูลพื้นฐานทั้งของไทยและต่างประเทศวิเคราะห์แนวคิดที่ใช้เป็นฐานของการวิจัยและกำหนดเป็นหลักการในการพัฒนาเด็ก

5. จงอธิบายถึงการนำรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ รูปแบบการพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย โดยกำหนดกรอบความคิด โครงสร้าง เนื้อหา วิธีการ และกิจกรรมการพัฒนาเด็กให้สอดคล้องกับหลักการในการพัฒนาเด็กที่กำหนดไว้แล้วเสนอให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ ได้พิจารณาให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาปรับปรุงรูปแบบให้สมบูรณ์ขึ้น

6. จงอธิบายถึงหลักการของการศึกษาแนววิถีพุทธในการพัฒนาคนให้เป็นผู้ที่มีความรู้
ตอบ พระธรรมปิฏก (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้ให้ความหมายของการศึกษาแนววิถีพุทธไว้ว่า แนววิถีพุทธคือพัฒนาคนให้รู้จักเป็นอยู่อย่างดี โดยสอดคล้องกับความจริงของชีวิตที่เป็นไปตามธรรมดา เราเอา
ความจริงของธรรมดามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนามนุษย์ที่เราเรียกว่า การศึกษา 
-การศึกษาเป็นระบบที่พัฒนาด้านความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม แล้วก็ด้านจิตใจ และด้านปัญญา ความรู้สึก ความเข้าใจ ดำเนินประสานไปด้วยกัน และส่งผลต่อกันโดยจิตใจ แสดงตัวออกมาสู่พฤติกรรมและการสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ปัญญาที่เข้าใจมาพัฒนาพฤติกรรม ทำให้ได้ผลดียิ่งขึ้น และทำให้จิตใจมีขอบเขตออกไปแล้วมีสภาพดี

7. จงอธิบายถึงหลักของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ กระบวนการเรียนรู้ที่ผัสสะทั้ง6 ของมนุษย์ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ได้สัมผัสเเละสัมพันธ์กับสิ่งเร้า เกิดธาตุรู้ (รู้สึก หมายรู้ รู้คิด รู้เเจ้ง) เเละมีการกระทำโต้ตอบฝึกฝน

8. จงอธิบายถึงปัจจัยของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้อธิบายว่า มนุษย์ด าเนินชีวิตได้ด้วยการเรียนรู้ และ การดำเนินชีวิตของมนุษย์ประกอบด้วยพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา “… เมื่อจะพัฒนาคนก็ต้องพัฒนา 3 ด้าน พัฒนาพฤติกรรม พัฒนาจิต และพัฒนาปัญญา…” ตามหลักการเรียนรู้ที่เป็นสากล การเรียนรู้เป็นการพัฒนาพฤติกรรม ซึ่งหมายถึง การแสดงออกทางวาจา ท่าทาง

9. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา
ตอบ การสร้างผู้เรียนให้เรียนรู้เเละเปลี่ยนเเปลงตามเเนวคิดของจิตปัญญามีการเน้นจิตใจเเละความงอกงามทางปัญญาต้องเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

10. จงเปรียบเทียบแนวคิดของรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยกับแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญามีความแตกต่างกันหรือความเหมือนกันอย่างไร
ตอบ  เหมือนกันเพราะทั้งสองแนวคิดเน้นในด้านการสอนแบบพนะพุทธศาสนาที่มุ่งเน้นการพัฒนาสติปัญญาการสอนด้วยการให้เด็กลงมือปฏิบัติการและคิดด้วยตนเอง




แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5



 แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5

เรื่อง รูปแบบการศึกษาปฐมวัย


 
1. จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายในการจัดสถานศึกษาระดับปฐมวัย
ตอบ เพื่ออบรมเลี้ยงดูและเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กที่อยู่ในวัยก่อนวัยเรียนเเละเพื่อที่จะสามารถช่วยพัฒนาเด็กให้มีความงอกงามทั้ง 4 ด้าน คือ ด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา 



2. จงอธิบายถึงแนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ เด็กทุกคนมีความต่างกันไม่ว่าจะเป็นด้านการเจริญเติบโต การเรียนรู้ ระดับสติปัญญา ความรู้สึกและดารตอบสนองสิ่งต่างๆ พันธุกรรมสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนด การเลี้ยงดูและการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสม และต้องคำนึงถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างมีประสิทธิภาพ

3. จงอธิบายถึงรูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัย ตามแนวคิดของเยาวพา เดชะคุปต์ ทั้ง 9 รูปแบบ
ตอบ 1. โรงเรียนอนุบาล (kindergarten) เป็นชื่อที่ใช้ส าหรับการจัดการศึกษาส าหรับเด็กที่มี
อายุตั้งแต่ 3 – 7 ปี
2. สถานบริบาลเด็ก (nursery school) ฮิมส์ (Hymes) กล่าวว่า “สถานบริบาลเด็ก”
หรือ “เนิร์สเซอรี่” เป็นโครงการที่จัดขึ้นส าหรับเด็กวัย 2 – 5 ปี
3. โรงเรียนส าหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียน (preschools) หรือบางทีเรียกว่า “สถาน
บริบาล” (nursery school) เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเน้นพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กและเสริมสร้างกิจกรรมเฉพาะด้านที่เรียกว่า “Enrichment Activities” ซึ่งเป็นโครงการครึ่งวัน ปัจจุบันโรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียนจะเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญา โดยเน้นในรูปขอกิจกรรมการเล่น
4. ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวัน (child care center) คือ ศูนย์ที่ให้บริการการเลี้ยงดูเด็กอายุ
ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 ปี ส าหรับพ่อแม่ที่ท างานในเวลากลางวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น
5. บ้านรับเลี้ยงเด็ก (family day care homes) คือ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่จัดทำขึ้นที่บ้านซึ่งจะจัดขึ้นสำหรับรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง3 – 4 ปี ในบ้านของตน โดยรับเด็กจำนวนน้อยคนซึ่งต้องมีใบอนุญาตจัดตั้ง
6. โครงการเฮดสตาร์ท (head start) คือ โครงการส าหรับเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจนหรือมีรายได้ต่ำทั้งนี้เพื่อให้โอกาสเด็กได้มีโอกาสพัฒนาเท่าเทียมกับเด็กอื่น ๆ
7. ศูนย์แม่และเด็ก (parent – child centers) คือ โครงการที่จัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัยที่มาจากครอบครัวที่ยากจน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่แม่และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี
8. โครงการโฮมสตาร์ท (home start) คือ โครงการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเช่นกัน โดยเน้นการให้การศึกษาแก่พ่อแม่และเด็กที่บ้าน
9. โครงการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ (parenteducation) คือ โครงการที่ให้การศึกษาแก่พ่อแม่เกี่ยวกับพัฒนาการและการอบรมเลี้ยงดู และการให้การศึกษาบุตร ซึ่งอาจจะเป็นการจัดที่
สถาบันการศึกษา หรือที่บ้านของเด็ก

4. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน
ตอบ  มีเป้าหมายหลักอยู่ที่เด็กอายุระหว่าง 3 –6 ปี เป็นการจัดการศึกษาเป็นการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนเข้าเรียนในระดับชั้นประถมศึกษา

5. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบในรูปเเบบศูนย์พัฒนาเด็กเด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ที่ด้อยฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งได้แก่ เด็กยากจนในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกลและชนกลุ่มน้อย อยู่ในชุมชนแออัด และเด็กด้อยความสามารถทางด้านร่างกาย สมอง และจิตใจ 

6. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบอื่น
ตอบ เด็กบางกลุ่มที่ไม่มีโอกาสเข้ารับบริการ การอบรมเลี้ยงดูจากโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กจึงมีการจัดกิจกรรมที่จัดเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยในรูแบบอื่น ๆ เช่น การพัฒนาเด็กโดยหน่วยงานพัฒนาเด็กเคลื่อนที่ ซึ่งจัดกิจกรรมการให้ความรู้ความเข้าใจแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง

7. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในระบบโรงเรียนอนุบาล
ตอบ หน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบการจัดโรงเรียนในการจัดการศึกษาระดับชั้นอนุบาลและชั้นเด็กเล็ก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรมสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

8. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ เป็นศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด สถานสงเคาระห์เด็กก่อนวัยเรียน สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนของกรมประชาสงเคราะห์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของกรมพัฒนาชุมชน สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน แต่ละที่ก็จะมีหน่วยงานของรัฐเข้ามารับผิดชอบ

9. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบการศึกษาอื่น ๆ
ตอบ หน่วยงานของรัฐ มีการให้บริการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง โดยมุ่งให้องค์กรท้องถิ่น อาสาสมัคร พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือบุคคลในครอบครัว
ภาคเอกชนหรือองค์กรเอกชน ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเด็กและได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งสภาองค์การพัฒนาเด็ก และเยาวชนขึ้นประกอบด้วยองค์กร 50 องค์กรสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน

10. จงอธิบายถึงการดำเนินการและลักษณะของโรงเรียนอนุบาล
ตอบ โรงเรียนอนุบาลคือสถานเลี้ยงดูเด็กชายหญิง อายุ 4 – 6 ปี มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ทั้งเตรียมเด็กให้พร้อมที่จะศึกษาขั้นต่อไป โรงเรียนอนุบาลเป็นสถานที่ซึ่งทำหน้าที่อบรมเลี้ยงดูเด็กแทนพ่อ แม่ 
        ลักษณะของโรงเรียนอนุบาลอาศัยองค์ประกอบหลายอย่าง เช่น ครูที่เอาใจใส่ สอนสิ่งต่างๆ เช่น ศิลปะ ดนตรี และการอ่านเขียน พ่อแม่สามารถดูลักษณะของครู โต๊ะควรเรียงเป็นแนวเป็นแถว แต่ควรมีบริเวณให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น ระบายสี ต่อบล๊อก เล่นสมมติ อ่านหนังสือนิทาน และเล่นพ่อแม่ลูก โรงเรียนควรมีบริเวณให้เด็กได้ทำกิจกรรมต่างๆ สิ่งสำคัญในการเรียน คือ เด็กต้องรู้ว่าเวลาทำอะไรแล้วต้องทำให้เสร็จเป็นอย่างๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนไปทำสิ่งอื่นต่อไป



แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4



แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4

เรื่อง การศึกษาปฐมวัยในอดีตและปัจจุบันของไทย


1. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียน
ตอบ โดยที่ไม่มีหลักเกณฑ์ที่แน่นอน ไม่มีหลักสูตร ไม่มีกำหนดเรียน ไม่มีการบังคับเป็นการสอนให้ฟรีไม่ต้องจ่ายเงินเเละไม่มีการวัดผลการศึกษา



2. จงอธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยของพระบาสสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตอบ เห็นความสำคัญของการศึกษา จึงได้มีการจัดการศึกษาอย่างมีระเบียบแบบแผนมีโครงการศึกษาชาติ มีโรงเรียนเกิดขึ้นในวังและในวัด มีการกำหนดวิชาทีเรียน มีการเรียนการสอบไล่ และมีทุนเล่าเรียนหลวงให้ไปศึกษาวิชา ณ ต่างประเทศ



3. จงอธิบายถึงวิชาและเนื้อหาสาระ 10 อย่าง ของโรงเรียนเลั้ยงเด็ก พ.ศ. 2433
ตอบ เป็นจุดประสงค์ เนื้อหาและกิจกรรมหรือแม้แต่ประสบการณ์ อันเปรียบเสมือนหลักสูตรที่จัดขึ้นให้เรียนนั้นเองลักษระของวิชาการเเละวิชาการเพื่อการดำรงชีวิต

4. การจัดการศึกษาก่อนประถมศึกษาในโครงการศึกษา พ.ศ. 2441 แบ่งออกเป็นกี่ระดับ จงอธิบาย
ตอบ 4 ระดับคือ 
1.การเล่าเรียนเบื้องแรก( มูลศึกษา) 
2.การเล่าเรียนเบื้องต้น (ประถมศึกษา) 
3.การเล่าเรียนเบื้อกลาง (มัธยมศึกษา) 
4.การเล่าเรียนเบื้องสูง (อุดมศึกษา)

5. ในยุคเริ่มต้นของการจัดอนุบาลเอกชน พ.ศ. 2454 - 2470 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรจงอธิบาย 
ตอบเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2464มีปัญหาขาดความเป็นเอกภาพด้านการเรียนการสอนรัฐจึงได้ตราพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ขึ้นเพื่อควบคุมดูแล และได้ประกาศให้เด็กอายุ 7 ปีบริบูรณ์เรียนฟรี และมีการปรับการศึกษาใหม่ฉบับ พ. ศ.2456 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2458 เช่น แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ประเภท คือ สามัญศึกษาและวิสามัญศึกษาแบ่งเป็นชั้นประถมศึกษา 5 ปีและชั้นมัธยมศึกษา 5 ปี



6. การจัดตั้งโรงเรียนละอออุทิศมีความเป็นมาอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ กระทรวงศึกษาธิการได้มีดำริให้กรมฝึกหัดครูเตรียมการเปิดสอนของรัฐ จึงมีการเตรียมการโดยเตรียมการจัดส่งบุคลากรไปดูงานที่ต่างประเทศและกลับมาดำเนินการจจัดการสร้างโรงเรียนอนุบาลของรัฐ

7. แผนการศึกษาชาติฉบับ พ.ศ. 2503 แบ่งออกเป็นกี่ระดับ จงอธิบาย
ตอบ 4ระดับ คือ 
1.อนุบาลศึกษา 
2.ประถมศึกษา
3.มัธยมศึกษา
4.อุดมศึกษา

8. ในปี พ.ศ. 2523 กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานใดให้รับผิดชอบการศึกษาระดับก่อนประถม จงอธิบาย
ตอบ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ โดยที่โอนโรงเรียนระดับอนุบาลและประถมจากกรมสามัญศึกษาและองค์การบริหารส่วนจังหวัดมาสังกัด โดยต้จัดการศึกษาระดับประถมศึกษา

9. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 มีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ กระทรวงศึกษาธิการได้มีการแต่งตั้งกรรมการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยใหม่ขึ้นเพื่อให้หลักสูตรที่สอดคล้องกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคมสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

10. จงวิเคราะห์ถึงการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความรู้ที่เข้าใจของนักศึกษา
ตอบ  การศึกษาปฐมวัยของไทยนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรมาเรื่อยๆสำหรับเด็กอนุบาลจึงมีการพัฒนามาเรื่อยๆที่เกิดจากความร่วมมือของทางภาครัฐและภาคเอกชน


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3




แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3


เรื่อง การศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศ


1.  จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ

ตอบ หน่วยงานที่ดูแลจะมี 2 หน่วยงานคือกรมการศึกษาและวิทยาศาสตร์ และกรมอนามัยและสวัสดิการสังคม การเลี้ยงดูเป็นส่วนใหญ่คือรัฐมนตรีผู้ควบคุมทางการศึกษาและวิทยาศาสตร์ งบประมาณ อุปกรณ์และค่าเล่าเรียน

2. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา
ตอบ การดำเนินการโดยกลุ่มเอกชนต่าง ๆ รัฐบาลมีส่วนเข้ามาสนับสนุนและรับผิดชอบตั้งแต่ ค.ศ.1850 โดยตั้งเป็นสถาบันที่ให้สวัสดิการสังคมให้มีความช่วยเหลือชั่วคราวส าหรับแม่ที่ต้องท างานจนกว่าจะสามารถเลิกท างานนอกบ้าน และกลับไปเลี้ยงดูลูกของตนเองได้ ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวันนี้นับว่าเป็นการแก้ปัญหาการเลี้ยงดูบุตรชั่วคราวได้อย่างดี แต่เป็นการแก้ปัญหาในการเกิดสงคามและผู้หญิงต้องออกท างานนอกบ้านแทนผู้ชา

3. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศ อัลเบอร์ตา แคนนาดา
ตอบ การส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาการและมีเจตคติที่ดีต่อตนเอง มีความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าของตน โดยการจัดโปรแกรมที่ตอบสนองความต้องการของเด็กทางด้านการศึกษา สุขภาพ อนามัย
ครอบครัว และสังคมอย่างเหมาะสม

4. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศๆเม็กซิโก
ตอบ การศึกษาปฐมวัยแบบเม็กซิกันอย่างแท้จริง ที่เน้นให้ความสำคัญแก่ตัวเด็ก และ
จัดให้เขาได้มีการพัฒนาการไปอย่างเต็มที่ ในสิ่งแวดล้อมแบบพื้นเมืองของตนเอง

5. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอล
ตอบ การศึกษาปฐมวัยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทขึ้นอยู่กับความเชื่อของศาสนาและสถาบันการเงินที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านเงินทุน  สำหรับเด็กแต่ละประเภทมีโปรแกรมการฝึกหัดครูเฉพาะของตนเองเช่นเดียวกับโปรแกรมการนิเทศน์การสอนของครูเด็กที่อายุ 0 - 5 ปีจะได้รับการศึกษาซึ่งบังคับและให้เปล่า

6. จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศญี่ปุ่น
ตอบ เป็นการสอนตามแบบสหรัฐอเมริกาสอนตามแบบของโฟรเพล และหลักการสอนเกี่ยวกับปฐมวัยเลย และการจัดการศึกษาใสสถานเลี้ยงเด็กกลางวันอนุญาติให้เปิดได้ทั้งสถาบันรัฐ เทศบาลท้องถิ่น เอกชน

7. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษกับประเทศสหรัฐอเมริกา
ตอบ ประเทศอังกฤษจะมีหน่วยงานเพียง 2 หน่วยงานมารับผิดชอบในการทำงานคือกรมการศึกษาและวิทยาศาสตร์ และกรมอนามัยและสวัสดิการสังคม ต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ทั้งเอกชนและรัฐบาลเข้ามาสนุบสนุนและมีส่วนร่วม

8. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโกและประเทศอิสราเอล
ตอบ ประเทศเม็กซิโกมีเซ็นฐอริต้า โรเซาราซาปาตาเป็นผู้นำทางการศึกษาและได้ทำโปรแกรมปฐมวัยในความรับผิดชอบของเธอที่เน้นให้เด็กให้ความสำคัญแก่ตัวเองและจัดให้เขาได้มีการพัฒนาการไปอย่างเต็มที่ ต่างจากอิสราเอลที่มีโปรแกรมการฝึกหัดครูเฉพาะของตนเองเช่นเดียวกับโปรแกรมของการนิเทศการสอนของครู

9. จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศ อัลเบอร์ต้า แคนาดา กับประเทศญี่ปุ่น
ตอบ ประเทศอัลเบอร์ต้า แคนาดา คือการส่งเสริมพัฒนาการเเละเจตคติที่ดีต่อตนเอง กรมการศึกษาจะเป็นผู้จัดหาคณะกรรมการการศึกษาปฐมวัยเพื่อให้มาช่วยเหลือให้คำเเนะนำเเก่ผู้บริหาร ประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานเลี้ยงเด็กกลางวันกลายเป็นสิ่งจำเป็น สอนโดยนาแบบอย่างมาจากสหรัฐอเมริกาสอนตามแบบโฟรเบล มีการสอนร้องเพลงและกิจกรรมการเล่นต่าง ๆ

10. ท่านคิดว่าการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศใดที่สามารถจัดได้อย่างดีและเหมาะสม
ตอบ ประเทศอิสราเอล ได้จัดการศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาภาคบังคับ ประเทศอื่น ๆ แม้จะมิได้กำหนดการศึกษาระดับปฐมวัยไว้ในการศึกษาภาคบังคับ แต่ก็ให้ความสำคัญกับการศึกษาในระดับปฐมวัยเป็นอย่างมาก ในการจัดครูเข้าสอนส่วนมากจะต้องจบการศึกษาด้านปฐมวัย หรือผ่านการอบรมมาอย่างดี